สำหรับช่างเทคนิคและผู้รับซื้อโทรศัพท์มือถือ "ฝันร้ายที่สุด" คือการรับซื้อเครื่องที่ดูภายนอกสวยงาม แต่ภายในผ่านการดัดแปลง ย้อมแมว หรือติดล็อกสัญญาที่แก้ไขไม่ได้ มิจฉาชีพในปัจจุบันมีเทคนิคที่แนบเนียนขึ้นมาก ตั้งแต่การดัดแปลงซอฟต์แวร์หลอกระบบ ไปจนถึงการเปลี่ยนอะไหล่ปลอมเกรดต่ำ
นี่คือ 3 ขั้นตอนวิกฤตที่ผู้เชี่ยวชาญต้องใช้ในการตรวจเช็กเครื่องก่อนจ่ายเงิน:
1. การตรวจสอบ "เครื่องโกงสเปก" (Android)
มิจฉาชีพมักนำเครื่องราคาถูกมาเขียนหน้าจอ UI ใหม่ให้แสดงผลว่าเป็นรุ่นท็อป เช่น แสดงผลว่า RAM 12GB / ความจุ 512GB แต่ความจริงคือ RAM 2GB
วิธีจับผิด: ห้ามเชื่อหน้า "About Phone" ในตัวเครื่องเด็ดขาด ให้ใช้แอปพลิเคชันบุคคลที่สามที่เป็นมาตรฐาน เช่น CPU-Z หรือ AIDA64 เพื่ออ่านค่าฮาร์ดแวร์จริงจากชิปเซ็ตโดยตรง
2. การเช็กระบบล็อกบัญชีและล็อกซิม (iPhone & Android)
เครื่องที่เปิดติดใช้งานได้ แต่อาจจะซ่อนการล็อกระบบเอาไว้ ซึ่งจะแสดงผลเมื่อทำการรีเซ็ตเครื่อง
วิธีจับผิด: ต้องทำการ "Erase All Content and Settings" (ล้างเครื่องกลับค่าโรงงาน) ต่อหน้าลูกค้าทุกครั้ง หากเครื่องติดล็อก iCloud (Activation Lock), ติด MDM (เครื่ององค์กร), หรือติดล็อกซิมรายเดือน ตัวเครื่องจะเด้งกลับมาหน้าล็อกทันทีหลังจากบูตเสร็จ
3. การตรวจสอบชิ้นส่วนผ่าน Logs (3uTools)
สำหรับ iPhone การดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้ว่าไส้ในถูกเปลี่ยนมาหรือไม่
วิธีจับผิด: ต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์และใช้โปรแกรมตรวจเช็ก เช่น 3uTools เพื่อดูรายงานการเปลี่ยนอะไหล่ (Verification Report) หากค่า Serial Number ของกล้อง หน้าจอ หรือบาร์โค้ดของแบตเตอรี่ไม่ตรงกับค่าโรงงาน ระบบจะแจ้งเตือนเป็นสีแดงทันที